foto1
Internet & Security
foto1
Learn to build your website
foto1
Try to our Goal!
foto1
Tip & Tricks to use Computer
foto1
Operating System


Our Sponsor

side 1

Easyhome Group

krumontree200x75
isangate com 200x75
ppor 200x75
isangate net 200x75

No. of Page View

blood donate

war of technology

สงครามเทคโนโลยี หรือที่บางคนอาจจะบอกว่านี่คือ การแข่งขันทางการค้า ก็แล้วแต่จะคิดกัน เพราะในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นต่างก็ออกมาเพื่อแย่งชิงผู้ใช้งาน (ลูกค้า) จากทั่วทุกมุมโลก ตามความชอบ ความถนัด เงินในกระเป๋า และกลุ่มประเทศที่อยู่ในส่วนต่างๆ ของโลกใบนี้ ในอดีตเราอาจจะแค่มองในมุมลัทธิการเมืองเป็นโลกตะวันตก โลกตะวันออก แต่ปัจจุบันเมื่อเศรษฐกิจและการค้าเป็นตัวนำโลกเราก็เห็นค่ายอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี รัศเซีย และที่ขับเคี่ยวกันชัดเจนจนถูกขนานนามในปัจจุบันว่าสงคราม ก็คือ อเมริกา-จีน ที่พยายามแย่งชิงกันเป็นเจ้าเทคโนโลยีกันอยู่จนกลายเป็นสงครามกีดกันทางการค้าดังที่ว่ามา

ถ้าจะกล่าวถึงเฉพาะกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานกัน ด้านฮาร์ดแวร์หรือสมองของเครื่อง เราก็คงนึกถึงสองค่ายที่โดดเด่นคือ Intel กับ AMD ที่่ผลิต CPU ออกมาให้ผู้ใช้งานทั่วโลกได้เลือกใช้งานกัน แรกๆ Intel ดูจะเป็นต่อกว่ามีมูลค่าการตลาดมากสุด ผลิต CPU ออกมาได้ครอบคลุมทุกกลุ่มใช้งานทั้งประเภททนทานในเครื่อง Server, Workstation, PC, miniPC, Notebook ด้วยคุณสมบัติของความเร็ว ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า แต่ในช่วงหลังๆ ทางค่าย AMD ก็เอาคืน ด้วยประสิทธิภาพต่อราคาที่เหนือกว่า คุ้มค่ากว่า มีความไวกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่อง Gaming ของนักเล่นเกมทั้งหลาย

โดยมีซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการเป็น 3 กลุ่ม เรียงลำดับตามความนิยมในการใช้งานเป็น Windows ของ Microsoft ที่ครองตลาดมากที่สุด (โดยเฉพาะตลาดตามบ้านทั่วไป ขวัญใจนักเล่นเกม ฯลฯ) รองลงมาคือ Mac OS ของ Apple Inc. (กลุ่มที่ทำงานอาชีพด้านสื่อ มัลติมีเดียต่างๆ) และ Linux ที่เป็นกลุ่ม Open source ที่พัฒนาออกมาหลายๆ Distro ตามชื่อกลุ่มที่สนใจอีกมากมาย (กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มนักพัฒนาที่มีความเฉพาะมากกว่า โดยเฉพาะการให้บริการเป็นเครื่องแม่ข่าย เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีความพยายามในการใช้งานสูง มีทักษะเฉพาะตัว และความเชื่อมั่นในสังคมการแบ่งปัน ความเป็นเสรีชน)

การใช้งานก็ตามความชอบ ความถนัดของแต่ละคน และตามกำลังทรัพย์ (เงินในกระเป๋าด้วย) มีให้เลือกตั้งแต่ระดับไม่กี่พันบาทไปจนถึงระดับแสนบาท ทั้งนี้ก็คงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นหลัก ถ้านำมาทำมาหากินเป็นการใช้งานเพื่อประกอบอาชีพ ก็อาจจะต้องพิจารณาด้านคุณสมบัติของเครื่องให้เหมาะสม ดูว่ามีซอฟท์แวร์ที่เหมาะสมในการใช้งานนั้นๆ เพียงพอหรือไม่ ใช้งานได้สะดวกไหม คงประสิทธิภาพ ลดเวลาการทำงานให้สั้นลง

apple eco system

แล้ววันหนึ่งยอดนักนวัตกรรมที่มีนามว่า Steve Jobs อดีต CEO ของ Apple ผู้ล่วงลับก็ได้สร้าง Ecosystem  หรือชื่อเต็ม คือ Digital Ecosystem คือ ระบบที่สร้างขึ้นจากหลากหลายบริการและผลิตภัณฑ์ ที่จะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสะดวกสบายและลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง มีความผูกพัน ดึงดูด บอกเล่าปากต่อปากจนคนอื่นๆ เห็นดีเห็นงามมาร่วมใช้งานเป็นสังคมกลุ่มใหญ่ขึ้น

Ecosystem คือความพยายามในการเชื่อมโยงและบูรณาการผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เมื่อลูกค้าใช้สินค้าหรือบริการของบริษัท ก็จะเข้ามาอยู่ใน Ecosystem ของบริษัท และถ้าบริษัทมีผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆ ลูกค้าก็จะเกิดความสะดวกสบายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัทเนื่องจากความเชื่อมโยง และบูรณาการระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการนั่นเองจนไร้รอยต่อ

MP3 iPod

คงจำได้ว่า Sony และแบรนด์อื่นๆ ทำเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาออกมา ที่สามารถหาไฟล์ Media Content (MP3) มาใส่ได้เองสะดวกมาก Apple เห็นช่องทางก็ได้เปิดตัว iTunes พร้อมๆ กับ iPod ที่เป็นเครื่องเล่นเพลง ซึ่ง iTunes นั้นจะทำหน้าที่เหมือนร้านขายแผ่น CD เพลงทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า แต่สะดวกกว่าตรงที่ใครๆ ก็ตามที่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ก็สามารถค้นหาและซื้อเพลงได้ในราคาย่อมเยา สะดวกอยู่ที่บ้านของตนเอง แถมซื้อเพลงไปแล้วยังสามารถโหลดใหม่กี่ครั้งก็ได้ ไม่ว่าคุณจะทำการลง OS คอมพิวเตอร์ใหม่หรือซื้อ iPod เครื่องมาใหม่ก็ตาม เพลงที่คุณซื้อก็ยังอยู่กับคุณตลอดไป

ไม่นานนัก Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่โดยจับเอาเครื่องเล่นเพลง iPod เอามารรวมกับโทรศัพท์ Phone กลายร่างเป็น iPhone ทีทำให้โลกสมาร์ทโฟนฮอตฮิตไปทั่วโลกในแบรนด์อื่นๆ จนทำให้โทรศัพท์แบบปุ่มกด มีแป้นพิมพ์เริ่มสูญหายไป ผู้คนหันมากดๆ ถูๆ ไถๆ หน้าจอจนทุกวันนี้ และทำให้ iPhone จอใหญ่ขึ้นทำงานได้หลากหลายขึ้นเป็น iPad แต่ Apple ยังคงต้องการให้ลูกค้าหันมาใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple มากขึ้น เช่น ลูกค้าที่ใช้ iPhone หรือ iPad แต่อาจจะใช้คอมพิวเตอร์ PC ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ก่อนแล้ว โจทย์สำคัญของ Apple คือ "ทำอย่างไรถึงจะสามารถดึงลูกค้าเหล่านี้หันมาใช้ คอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการของ Mac มากขึ้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกตามมาอีกในอนาคต"

Apple จึงได้สร้างความเชื่อมโยงระหว่างระบบปฎิบัติการ iOS บน iPhone หรือ iPad ให้ติดต่อสัมพันธ์กับ MacOS ได้โดยตรง ทำให้ผู้ใช้ทั้ง iPhone, iPad, คอมพิวเตอร์ Mac จะได้รับความสะดวกสบายจากการเชื่อมโยงและบูรณาการระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน ตารางนัดหมาย แผนที่ รหัสผ่านต่างๆ เว็บที่เปิดค้างไว้ ระบบเตือนความจำ หนังสือ (iBooks) ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆ ข้างต้นจะถูก Sync และเชื่อมโยงผ่านทาง iCloud ทำให้ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ในทุกรูปแบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกันได้หมดเป็นหนึ่งเดียว รวมทั้งการค้นหาอุปกรณ์ที่ถูกขโมยหรือสูญหายไปได้ หรือสั่งให้อุปกรณ์นั้นๆ ลบข้อมูลส่วนตัวของเรา พร้อมปิดการใช้งานถาวรบนอุปกรณ์เครื่องนั้นได้ด้วย

apple eco system 2

เมื่อลูกค้าก้าวเข้ามาสู่ Apple Ecosystem แล้ว ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ทำอะไรก็ง่ายดายไปหมด จึงเป็นการรักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ และดึงลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอีกจากการพูดถึงของลูกค้าเก่า เกิดความเชื่อมั่นในการใช้งาน กลายเป็น "สาวกผู้ภักดี" ไปโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

Apple เน้นไปที่การทำ Product Lineup ของตัวเองให้แข็งแกร่งมากๆ ไม่เน้นการยัด innovation แปลกใหม่ ระดับที่ต้องร้องขอชีวิต หรือ #ของมันต้องมี มาในช่วงปีที่ผ่านมาเท่าไหร่ แต่กลับเน้นที่ "การฟัง" เสียงจากลูกค้าที่เป็นคนใช้งานจริงๆ โดยเอาข้อติเตียนเหล่านั้นมาพัฒนาให้อุปกรณ์ของตัวเองสมบูรณ์และน่าใช้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่นวัตกรรมแบบว้าวบ้าง ไม่ว้าวบ้าง ไปเพื่อให้ยังคงดูแปลกใหม่ และดึงดูดเงินจากกระเป๋าของเหล่าสาวกได้อยู่ตลอด

สงครามเปลี่ยนเมื่อ Apple มาทำ CPU เอง

เมื่อปลายปี 2020 สงครามยุคใหม่ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Apple สร้าง CPU ของตนเองออกมาใช้กับผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ตระกูล Mac (Mac mini, Macbook, iMac, MacPro) เป็น Apple Silicon ที่พัฒนาต่อมาจากชิพตระกูล Arm ทำให้การเชื่อมโยงของ Apple Ecosystem สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ดูจากสถานการณ์ในตลาดตอนนี้ ก็ต้องยอมรับว่า Apple นั้นกำลังมาแรงจริงๆ ทั้งระบบ Mac M1 และ MacOS ที่ทั้งสองดูเหมือนจะเกิดมาคู่กัน ทำประสิทธิภาพได้ดี ในขณะที่การบริโภคพลังงานและการปล่อยความร้อนนั้นจัดว่าต่ำมากๆ ทำให้ฝั่งซีพียู x86 (Intel, AMD) และตัวระบบปฏิบัติการ Windows นั้นเหมือนจะตกที่นั่งลำบาก

Apple M1 เป็นชิปประมวลผลที่ทรงประสิทธิภาพ เร็ว แรง และประหยัดพลังงาน สามารถล้มชิปประมวลผลตัวแรงๆ ของ Intel ลงได้หลายตัว เพราะมันคือ CPU ที่ออกแบบมาแบบ SoC หรือ System on Chip ซึ่งเป็นชุดชิปเซ็ตที่รวมเอาทุกอย่างมาไว้ภายในชิปตัวเดียวเลย อย่าง M1 มี CPU ทั้งหมด 8 แกน (core) มี GPU (หน่วยแสดงผล) ทั้งหมด 8 แกน (7 แกนสำหรับใช้กับเครื่องรุ่นล่าง) มี unified memory, SSD controller, Image signal processor และอื่นๆ

apple m1 3

นอกจากการมี CPU และ GPU ที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ‌Apple M1‌ ยังมี Neural Engine สำหรับการเรียนรู้การทำงานต่างๆ เช่น การจดจำเสียง การประมวลผลเกี่ยวกับภาพ, การประมวลผลเกี่ยวกับรหัสวิดีโอ, Secure Enclave และอื่นๆ อีกทั้งยังมี unified memory ซึ่งช่วยให้ CPU, GPU และแกนประมวลผลอื่นๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว และยังทำให้ CPU และ GPU สามารถเข้าถึงหน่วยความจำได้พร้อมกันด้วย เพราะทุกอย่างออกแบบมาให้อยู่ภายในเป็นหน่วยเดียว

แสดงให้เห็นว่า Apple มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการยกระดับความรวดเร็วในงานเฉพาะด้าน โดยเฉพาะงานด้านการตัดต่อภาพและวิดีโอ คำสั่งจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากการประมวลผล สามารถรันบนฮาร์ดแวร์ที่มีความเฉพาะเจาะจงได้ทันที เป็นเหตุลผลที่ทำให้ Mac mini, Macbook Air รุ่นล่างราคาถูกสามารถถอดรหัสไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่ได้เร็วยิ่งกว่า iMac (ที่ใช้ชิป Intel) ราคาสุดแพงเสียอีก

อีกข้อได้เปรียบที่สำคัญของ Apple คือ บริษัทที่สามารถผสานรวมระหว่างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ทำเองทั้งฮาร์ดแวร์/ซอฟท์แวร์) ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ทำไม่ได้ อย่าง MacBook ก็ใช้ชิป Apple M1 และ macOS ที่ออกแบบเอง ถ้าจะเทียบอุปกรณ์ที่บริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์อย่าง Microsoft ออกแบบ Surface Pro X เองมาใช้กับ Windows ของตัวเองก็ก็จริง แต่ต้องพึ่งชิปหัวใจหลักที่เป็น ARM ของ Qualcomm ซึ่งก็ยังควบคุมให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์นัก

iMac24 M1

นั่นทำให้ iPhone และ iPad เป็นอุปกรณ์ที่มีความได้เปรียบเข้ากันได้กับ Apple ecosystem เพราะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิป Apple M1 ที่เป็น ARM ตระกูลเดียวกันบวกกับระบบปฏิบัติการของ Apple ทั้ง MacOS, iOS, iPadOS, tvOS ของอุปกรณ์ทั้งหลายสามารถเชื่อมโยงกันได้ไม่มีติดขัดเลย เพราะทุกอย่างที่ Apple คิดสามารถควบคุมได้ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ยันซอฟท์แวร์ต่างๆ สมบูรณ์แบบ ตอนนี้สาวกของ Apple รอการปล่อยของชิปตัวใหม่ M1X หรือ M2 ยังไม่แน่ใจในชื่อที่จะมีพลังมากกว่า M1 เดิม แล้วเอามาใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวโปรทั้งหมดเช่น Macbook Pro, iMac Pro, MacPro สำหรับงานไฮเอนด์มืออาชีพได้จับจองไปใช้งานในไม่ช้านี้

แล้วทำไม Intel และ AMD จึงไม่ทำ CPU แบบ SoC ออกมาล่ะ คำถามนี้ตอบได้ง่ายๆ ว่า ผู้ผลิต PC, Notebook แต่ละแบรนด์ HP, Acer, Dell, Asus, Lenovo etc. ยังมีความต้องการเครื่องที่แตกต่างกันในการทำตลาดแข่งขัน ตั้งแต่เครื่องราคาถูกๆ ไปจนถึงเครื่องที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่ต้องใช้ชิพพิเศษที่ไม่เหมือนค่ายอื่นมาเสริมนั่นไง Intel และ AMD จึงไม่สามารค Customize CPU ให้เฉพาะแต่ละรายได้ เพราะต้นทุนจะสูงเกินไปจากจำนวนผลิตที่ไม่แน่นอนนั่นเอง

Windows ต้องสู้กับความเปลี่ยนแปลงนี้

แล้วทางฝั่ง Microsoft ผู้เป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการ Windows จะอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไร แม้ตัวเองจะไม่ใช่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ก็จริง แต่การปรับเปลี่ยน พัฒนา Windows ให้มีความสามารถมากขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น จึงส่งเทียบเชิญไปถึงบรรดาเหล่านักทดสอบทั้งหลายว่า 24 มิถุนายน 2021 เวลา 4 ทุ่ม เราจะเปิดตัว Windows 11 ก็ถือว่าเป็นการยกเครื่องเปลี่ยนหน้าตาของระบบปฏิบัติการให้ดูดีขึ้นกว่า Windows 10 ที่ใช้งานมา 6 ปี ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

Windows11 01

การเปลี่ยนแปลงมาเป็น Windows 11 ครั้งนี้มีอะไรหลายๆ อย่างที่เราอาจจะยังไม่เห็นอีกมาก (ในรุ่น Preview ยังมีกั๊กๆ) นั่นก็คือเรื่องประสิทธิภาพภายในและระบบ Hardware Scheduler มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า Intel จะมีการเปลี่ยนไปใช้ Processor โครงสร้างสถาปัตยกรรม bigSMALL ที่มีทั้ง Core ใหญ่สำหรับประสิทธิภาพสูง และ Core เล็กสำหรับประหยัดพลังงาน ดังนั้นทาง Microsoft Windows 11 ก็มีการออกแบบ Hardware Scheduler เพื่อใช้งานคู่กับ Processor แบบนี้โดยเฉพาะขึ้นมา ซึ่งจะทำให้มีประสิทธิภาพดีมากขึ้นเมื่อใช้กับ CPU สถาปัตยกรรมใหม่นี้ (ชิพเก่า ก็คงไม่ว้าวล่ะนะ)

สุดท้ายแล้ว ในข้อมูลก็ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า WIndows 11 นั้นจะได้รับการอัปเกรดฟรีจาก Windows 10 (ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง) ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ก็คงไม่มีสาเหตุใดที่จะทำให้เราไม่อยากเปลี่ยนมาลองใช้ (ถ้าต้องเสียเงินคงต้องคิดมากอีกนิดหน่อย) รวมทั้งผู้ใช้ Windows 8.1 ด้วย (รอการยืนยันอีกที) ในขณะที่เครื่องรุ่นเก่ามากๆ แรมน้อยๆ ก็อาจจะไม่เหมาะสมกับ Windows รุ่นใหม่ๆ นี้ เพราะขนาด Windows 7 ก็หืดขึ้นคอ ผู้เขียนเองใช้ Windows 10 จากการอัพเกรดด้วยสิทธินักทดสอบกับเครื่องเก่าอายุเกิน 10 ปี แม้จะอัพ RAM และ SSD แล้วก็แทบไม่ค่อยไหว คงจะได้เวลาเปลี่ยนเครื่องแล้วมั๊ง

รายละเอียดอื่นๆ ของ WIndows 11 รอให้ผมได้รับไฟล์ ISO ตรงๆ จากทาง Insider Preview ที่ไม่ใช่หลุดๆ ออกมาในตอนนี้มาทดสอบ พร้อมกับเครื่องใหม่ (ที่คาดว่าจะมีปัญญาซื้อหรือหามาลองนะครับ) โปรดติดตาม

สนับสนุนให้ Easyhome อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่เว็บไซต์ Easyhome in Thailand เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)