Windows 10 กับความเข็ดขยาดของผู้ใช้งาน

มโครซอฟท์ได้ออกระบบปฏิบัติการ Windows ออกมานานหลายปีแลัว มีการเปลี่ยนเวอร์ชั่น เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนไปเร็วมาก ผู้เขียนเคยใช้งานมาตั้งแต่ยุค Windows 3.0 เป็นต้นมา ซึ่งสมัยนั้นถือได้ว่าพลิกโฉมการใช้งานของผู้ใช้งานกันมากทีเดียว จากที่เคยใช้แต่ระบบปฏิบัติการ DOS ที่สั่งงานด้วยการพิมพ์คำสั่ง (Command) ต่างๆ ลงไป ซอฟแวร์ที่ใช้งานก็ไม่หลากหลายนัก พวกงานเอกสารหรือซอฟท์แวร์ประมวลผลคำ แรกๆ ก็ Word Star ต่อมาคนไทยก็พัฒนาโปรแกรมที่มีเมนูไทยๆ สนับสนุนภาษาไทย อย่างเช่น ราชวิถีเวิร์ด (RW) จุฬาเวิร์ด (CW) และตัวสุดท้ายที่ใช้และดีมากทั้งระบบการสั่งการพิมพ์ และการตรวจสอบคำผิดคือ รามาสเปลเช็คเกอร์ (Rama SpellChecker) ซึ่งใช้พิมพ์เอกสารออกมาผ่านเครื่องพิมพ์ปบบหัวเข็ม (Dot Matrix) แล้วก็หมดยุคของดอส

dos word processor

ส่วนโปรแกรมตารางการทำงานก็ต้อง Lotus 123 และ dBase3 Plus การเขียนโปรแกรมยุคนั้นก็ Pascal ล่ะที่เคยใช้ แล้วทุกอย่างก็ง่ายดายขึ้นกับระบบปฏิบัติการ Windows ที่มีอุปกรณ์ตัวชี้ (Mouse) ทำให้การเลือกสั่งงานต่างๆ ไม่ต้องจดจำคำสั่งมากนัก (แต่ถ้าใครจำคีย์ลัดได้มาก ก็จะใช้งานได้ไวและสะดวกขึ้นมากกว่า) แถมช่วงนี้จอสี (Color Monitor) แบบจอแก้ว (CRT) ก็มีขนาดใหญ่และราคาถูกลงมาก ทำให้มีการใช้งานกันมากขึ้น มีการพลิกโฉมอีกครั้งกับ Windows 3.11 ที่มีการใช้งานเป็นเครือข่ายได้ สามารถแชร์ทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันเช่น ไฟล์งาน ที่เก็บข้อมูล เครื่องพิมพ์ เป็นต้น แต่ Windows 3.x ก็ยังบูตเครื่องด้วย DOS อยู่จากนั้นจึงพิมพ์คำสั่ง C:\win กด Enter เพื่อเข้าสู่ระบบวินโดว์อีกที

windows setup

มาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน Windows 95 ที่บูตตรงเข้าวินโดว์เลยโดยไม่ผ่านหน้าต่างดอสก่อน แล้วก็ผ่านมาถึง Windows 98 ที่ค่อนข้างมีอายุยืนยาว ก่อนจะเข้าสู่ยุค Windows ME (Millenium Edition) ซึ่งมีอายุค่อนข้างสั้นเพราะปัญหาเยอะมาก จนถูกขนานนามว่า Windows More Error แทน แล้วก็ข้ามมาถึง Windows 2000 อย่างไว จากนั้นก็มาถึงยุคเฟื่องฟูของวินโดว์ที่มีอายุการซัพพอร์ตนานและมีการใช้งานมากที่สุดคือ Windows XP ซึ่งในเวอร์ชั่น SP3 นั้นถือว่าดีและเสถียรสุดๆ ปัจจุบันก็ยังมีการใช้งานกันอยู่แม้ทางไมโครซอฟท์จะหยุดการสนับสนุนแล้วก็ตาม

windows98 xp

ยุคของ Windows ที่มีอายุสั้นอีกตัวคือ Windows Vista มีปัญหาเรื่องไดรเวอร์และความไม่เข้ากันของฮาร์ดแวร์ และตอนนี้ฮาร์ดแวร์พวก CPU ก็มีการพัฒนามากขึ้น เพื่อเอาชนะข้อจำกัดของหน่วยความจำที่ไม่เพียงพอในการใช้งาน จากแบบ x86 ทำงานแบบ 32 บิต ก็มาเป็น 64 บิตเพื่อให้สามารถใช้หน่วยความจำได้มากขึ้น Windows เองก็เช่นกันที่ต้องพัฒนาให้มีเวอร์ชั่น 32 และ 64 บิตด้วย (เพราะโปรแกรมใช้งานบางส่วนยังพัฒนาเป็นแบบ 64 บิตไม่ทัน จึงต้องมีวินโดว์ 2 เวอร์ชั่นด้วย) โดยเริ่มที่ Windows 7 นี่เอง มีให้เลือกติดตั้งทั้งแบบ 32 และ 64 บิต ถัดมาไม่นานไมโครซอฟท์ก็พัฒนาวินโดว์ใหม่ให้สามารถทำงานบนอุปกรณ์พกพาได้ด้วยเป็น Windows 8 แต่ก็มีปัญหามากเพราะเครื่องพีซี กับโน้ตบุ๊คช่วงนั้นยังไม่มีจอแบบสัมผัส การใช้งานกับเมาส์ก็ปัญหาเยอะ จนไมโครซอฟท์ต้องออก Windows 8.1 มาแก้เกม แต่คนก็ยังไม่อัพเดทมาใช้อยู่ดี ยังคงตั้งรับอยู่ที่ Windows 7 เหมือนเดิม

windows7

แม้เครื่องพีซีและโน้ตบุ๊คที่ออกมาใหม่พร้อมการติดตั้ง Windows 8.1 มากับเครื่องแบบ OEM ผู้ใช้งานก็ยังพากันดาวน์เกรดกลับไปเป็น Windows 7 อยู่ดี จนกระทั่งไมโครซอฟท์ตัดสินใจพัฒนาออก Windows 10 ออกมา และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ Windows 7, 8, 8.1 สามารถอัพเกรดไปเป็น Windows 10 ได้ฟรีในระยะเวลา 1 ปี เหล่าผู้ใช้งานทั้งหลายจึงเริ่มขยับไปเป็น Windows 10 กันมากขึ้น แม้มันจะมีคุณสมบัติดีๆ ใหม่ๆ มากมาย แต่ผู้ใช้งานในระดับองค์กรก็ยังมาใช้งานไม่มากนัก

windows 10

ฝันร้ายของผู้ใช้งานเมื่อต้องอัพเดท Windows 10

เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวขวัญถึงในโลกออนไลน์ในช่วงนี้ ด้วยความน่าสะพรึงกลัวของการอัพเดทระบบปฏิบัติการ ของเหล่าบรรดาผู้ใช้งาน Windows 10 ทั้งผู้ใช้งานทั่วไป (เราๆ ท่านๆ ตามบ้านใช้งานส่วนตัว) และผู้ใช้งานในระดับองค์กรใหญ่ๆ เนื่องจากมีปัญหาตามมา โดยเฉพาะการอัพเดทเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา จากเวอร์ชั่น 17xx มาเป็น 1809 เช่น

  • ระบบล่มเสียหายบูตไม่ขึ้นเลย ทำการ Recovery ไม่ได้ ไม่กลับคืนมา (ต้องทำการติดตั้งใหม่สถานเดียว)
  • อัพเดทสำเร็จแล้วใช้งานไม่สะดวก มีการรีสตาร์ทบ่อยครั้ง ไม่มีการแจ้งเตือนจนกระทบต่องานที่ยังไม่ได้บันทึก (Save) เสียหาย
  • เกิดปัญหาลบไฟล์ข้อมูลของผู้ใช้งานในเครื่อง (ผู้เขียนไม่พบกรณีนี้ เลยไม่พบปัญหา)
  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ผิดพลาด เช่น เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์ในเครือข่าย (ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ใช้ในระดับองค์กร ที่ต้องแชร์ไฟล์ หรือทรัพยากรอื่นๆ ร่วมกัน)
  • ปิดการอัพเดทอัตโนมัติไม่ได้ (สำคัญมากสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่การอัพเดทต้องทำนอกเวลางานโดยฝ่าย IT Support เพื่อไม่ให้การทำงานหยุดชะงักระหว่างเวลาทำงาน ด้วยการอัพเดทแต่ละครั้งใช้เวลานานนับชั่วโมง มีการรีสตาร์ทบ่อยครั้งกว่าจะเสร็จ)
  • และอื่นๆ อีกมากมายลองถามเพื่อนกูได้ (Google)

ก็ได้แต่หวังว่า ไมโครซอฟท์ จะออกแพทซ์หรือตัวอัพเดทใหม่ๆ มาแก้ไขในเร็ววันครับ เพราะเป็นเรื่องไม่สนุกนักสำหรับผู้ใช้งานที่มีข้อมูลสำคัญ การทำงานด้านธุรกิจ ซึ่งเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ส่วนผู้ที่ชอบลองและไม่ได้มีข้อมูลสลักสำคัญอะไรก็คงไม่เดือดร้อนมากนัก แต่ที่เดือดร้อนมากหน่อยก็คงเป็นทีมงานซัพพอร์ตให้กับบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ มีเครื่องที่ต้องดูแลมากมายนับ 100 เครื่อง ที่เหงื่อตกกันทุกครั้งที่ได้ยินข่าว Windows Update

 windows 10 update

Copyright © Easyhome in Thailand. Power by IsanGate. | Joomla templates by a4joomla